เรื่อง : ประเภทของสหกรณ์ในประเทศไทย


ปัจจุบันประเทศไทยมีสหกรณ์อยู่ 6 ประเภท คือ
1. สหกรณ์การเกษตร
2. สหกรณ์นิคม
3. สหกรณ์ประมง
4. สหกรณ์ร้านค้า
5. สหกรณ์ออมทรัพย์
6. สหกรณ์บริการ
สหกรณ์การเกษตร
เป็นสหกรณ์สำหรับผู้มีอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา เลี้ยงสัตว์ ทำไร่ ทำสวน ฯลฯ สหกรณ์การเกษตรนี้ได้วิวัฒนาการมาจากสหกรณ์หาทุนเดิมรวมกับสหกรณ์ประเภทต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกษตรในท้องถิ่นเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น สหกรณ์ขายข้าว สหกรณ์บำรุงที่ดินและอื่นๆ มาเป็นสหกรณ์การเกษตร มีวัตถุประสงค์หลายอย่างครอบคลุมครบวงจรการประกอบอาชีพและการดำรงชีพของสมาชิก โดยดำเนินธุรกิจในลักษณะของการบริการ ดังนี้
1. ธุรกิจสินเชื่อ จัดหาเงินทุนมาให้สมาชิกกู้ ด้วยการระดมทุนจากสมาชิกทั้งในรูปของการฝากเงิน และการถือหุ้นเพิ่ม หาแหล่งเงินกู้ภายนอกเพิ่มเติม เพื่อนำมาดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของสมาชิก
2. ธุรกิจการซื้อ จัดหาปัจจัยการผลิตได้แก่ ปุ๋ย พันธุ์พืช ยาปราบศัตรูพืช เครื่องมือการเกษตร เพื่อเพิ่มผลิตผลของสมาชิก รวมทั้งเครื่องอุปโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิตมาบริการแก่สมาชิกด้วย
3. ธุรกิจการขาย จัดการรวบรวมผลิตผลของสมาชิกมาจัดการจำหน่าย หรือแปรรูปออกจำหน่าย โดยมีความมุ่งหมายที่จะให้สมาชิกขายผลิตผลได้ในราคาดี การที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายผลิตผลได้ในราคาสูง การดำเนินการในขั้นตอนของการผลิตจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จ จะต้องอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตเท่านั้น จึงจะสามารถกำหนดราคาให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ผลิตได้ สหกรณ์การเกษตรเป็นจำนวนมาก มีโรงสีแปรรูปข้าวเปลือกของตนเอง มีโรงงานผสมอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมสด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งมีฉางไซโล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ในการรวบรวมผลิตผลของสมาชิกนอกจากธุรกิจที่สำคัญ ๓ ประการดังกล่าวแล้ว สหกรณ์การเกษตรยังจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างฐานะของสมาชิกและครอบครัวรวมทั้งชุมชนด้วย ได้แก่ กิจกรรมสวัสดิการสงเคราะห์ ทั้งในเรื่องของภัยธรรมชาติ ฌาปนกิจกิจกรรมกลุ่มสตรีสหกรณ์ และเยาวชนสหกรณ์ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีสหกรณ์การเกษตรตั้งอยู่ในท้องที่ทุกอำเภอทั่วประเทศ จำนวน ๑,๐๘๙ สหกรณ์ มีสมาชิกทั้งสิ้น ๘๕๑,๒๒๔ ครอบครัว


สหกรณ์นิคม
เป็นสหกรณ์สำหรับผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีน้อยไม่พอประกอบอาชีพ โดยรัฐบาลจะจัดสรรที่ดินที่เสื่อมสภาพจากป่าสงวนแล้ว ให้ราษฎรเข้าถือครองประกอบอาชีพ ในสมัยแรกที่มีการจัดตั้งสหกรณ์นิคม สมาชิกสหกรณ์จะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรนั้นแต่ปรากฏว่ามีสมาชิกจำนวนมากที่ไม่รักษาที่ดินนั้นไว้ นำไปขายต่อให้ผู้อื่น ทำให้มีการบุกรุกป่าสงวนเพิ่มขึ้นอีก ประกอบกับเป็นพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันเกี่ยวกับการจัดสหกรณ์ในที่ดินพระราชทานตามโครงการในพระราชดำริ ไม่มีการให้กรรมสิทธิ์แต่สมาชิกทุกคนจะได้รับสิทธิครอบครองและสามารถตกทอดเป็นมรดกถึงลูกหลานได้
ตราบใดที่ยังประสงค์จะทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ของสหกรณ์หากไม่มีทายาทที่จะรับช่วงมรดก ก็ให้ที่ดินนั้นตกเป็นของสหกรณ์ เพื่อรับบุคคลที่ประสงค์จะ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเข้ามาทำกินได้ เราเรียกการจัดสหกรณ์ชนิดนี้ว่า สหกรณ์การเช่าที่ดิน

สมาชิกของสหกรณ์นิคมอีกชนิดหนึ่งที่สามารถได้กรรมสิทธิ์ที่ดินก็คือ สหกรณ์การเช่าซื้อที่ดิน ซึ่งจัดขึ้นในที่ดินผืนใหญ่ที่มีผู้เช่าที่ดินทำกินอยู่แล้ว และเจ้าของที่ดินประสงค์จะขายที่ดินนั้นให้แก่ผู้เช่า ซึ่งถ้าผู้เช่าทั้งหมดตกลงและประสงค์ที่จะได้ที่ดินเหล่านั้นเป็นของตนเอง แต่ติดขัดในเรื่องเงิน ทางราชการโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็จะขออนุมัติรัฐบาลจัดหาเงินกู้เพื่อซื้อที่ดินนั้นไว้ และขายให้แก่ผู้เช่าเหล่านั้นโดยวิธีการเช่าซื้อ ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามหลักการและวิธีการสหกรณ์เมื่อผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเสร็จสิ้น ก็จะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของตนเองต่อไปใน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีสหกรณ์นิคม จำนวน ๙๓ สหกรณ์ มีสมาชิก ๘๒,๔๑๒ คน ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน จำนวนครอบครัวละ ๒๕ ไร่

สหกรณ์ประมง
เป็นสหกรณ์สำหรับผู้มีอาชีพประมงโดยเฉพาะ ทั้งอาชีพประมงน้ำจืด และประมงทะเล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทางด้านวิชาการ และดำเนินธุรกิจเพื่อส่งเสริมอาชีพประมงทั้งการจำหน่ายสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และอุปกรณ์ประมง

ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีสหกรณ์ประมงทั้งประมงน้ำจืดและประมงทะเลในท้องที่จังหวัดชายทะเลและแหล่งน้ำธรรมชาติ จำนวน ๑๙ สหกรณ์ มีสมาชิก ๔,๑๒๗ ครอบครัว


สหกรณ์ร้านค้า
เป็นสหกรณ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป โดยการจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในครอบครัวให้แก่สมาชิกมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว สหกรณ์ร้านค้า หรือร้านสหกรณ์ นี้ถือว่าเป็นต้นแบบของสหกรณ์ทั่วโลก ทั้งนี้เพราะสหกรณ์แห่งแรกของโลกที่ดำเนินการประสบความสำเร็จเป็นสหกรณ์ที่จำหน่ายสินค้าเครื่องบริโภคของประเทศอังกฤษซึ่งมีวิธีการปฏิบัติที่สามารถใช้เป็นหลักการสหกรณ์สากลในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้
ร้านสหกรณ์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในที่ชุมชนหนาแน่นในเมือง และกระจายไปยังหมู่บ้านในชนบทในรูปของร้านค้าหมู่บ้าน ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีสหกรณ์ร้านค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวน ๓๔๑ สหกรณ์ มีสมาชิก ๖๕๐,๖๑๓ คน


สหกรณ์ออมทรัพย์
เป็นสหกรณ์สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำโดยทั่วไปที่ต้องการพึ่งตนเองด้วยการออมทรัพย์เป็นประจำ และช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยการให้กู้ยืมเมื่อเกิดความจำเป็น  สหกรณ์ออมทรัพย์ตั้งขึ้นทั่วไปในสถานที่ราชการ  สำหรับข้าราชการพลเรือน  ตำรวจทหาร  และในรัฐวิสาหกิจ โรงงาน บริษัท สถานศึกษา หรือในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในโรงงาน  และบริษัทต่างๆ  นอกจากจะช่วยให้พนักงานมีการออมทรัพย์เพื่อตนเองแล้ว ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นในระหว่างพนักงานและเจ้าของกิจการ  ทำให้ข้อขัดแย้งต่างๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีสหกรณ์ออมทรัพย์จำนวน ๖๓๔ สหกรณ์ มีสมาชิก ๙๙๔,๗๙๐ คน


สหกรณ์บริการ
เป็นสหกรณ์สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพ ต้องการดำรงชีพตามแนวทางสหกรณ์ และมีประเภทของ อาชีพนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว สหกรณ์บริการจึงมีหลายรูปแบบ เช่น สหกรณ์ไฟฟ้าดำเนินการให้ได้มาซึ่งกระแสไฟฟ้า  และจัดให้มีการบำรุงรักษาร่วมกัน สหกรณ์เคหสถาน  ดำเนินการให้ได้มาซึ่งบ้านที่อยู่อาศัย หรือที่ดิน และสิ่งสาธารณูปโภคอื่นๆ สหกรณ์ผู้เดินรถรับจ้างสหกรณ์แท็กซี่ สหกรณ์ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักเป็นต้น
ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีสหกรณ์บริการ จำนวน ๒๕๖ สหกรณ์ มีสมาชิก ๗๔,๖๗๓ คน
สหกรณ์ทั้ง  ๖ ประเภท จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์  พ.ศ. ๒๕๑๑ และดำเนินการตามหลักการสหกรณ์สากล ๖ ประการ โดยมีสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งความร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ มีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานของรัฐในการส่งเสริมและดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ มีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็นหน่วยงานของรัฐในการตรวจตรากิจการสหกรณ์ ด้วยการตรวจบัญชีทุกสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกได้ทราบถึงฐานะของสหกรณ์ของตน มีสำนักงานนายทะเบียนสหกรณ์เป็นหน่วยงานของรัฐในการรับจดทะเบียนสหกรณ์ และสั่งเลิกสหกรณ์